วันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

วัดกุนทีรุทธาราม กับตำนาน...เจ้าแม่ตะเคียนเงินฯ

วัดกุนทีรุทธาราม กับตำนาน...เจ้าแม่ตะเคียนเงินฯ



วัดกุนทีรุทธาราม

กับตำนาน...เจ้าแม่ตะเคียนเงิน-ตะเคียนทอง

-------------------

ปัจจุบัน เราคงปฏิเสธไม่ได้ถึงความแตกต่างกันระหว่างคนจนกับคนรวย กับโลกวัตถุนิยมที่กำลังเติบโตแบบทวีคูณ ต่างคนต่างก็แสวงหากันมาเพื่อความสุขของตัวเอง ตรงนี้เราจึงเห็นว่าคนรวยในสังคมรวยกันจนล้น ขณะที่คนจนขนาดแสวงหาแล้วบางแทบจะไม่มีกิน จึงเกิดคำเปรียบเทียบที่ว่า คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น เราเห็นคนจนส่วนใหญ่หันมาเล่นหวยกันมาก เพราะหวังว่าวันหนึ่งอาจร่ำรวย

วันนี้คมชัดลึกจะพาไปสำรวจคนบ้าหวย กันที่ วัดกุนทีรุทธาราม เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ เพราะวันนี้มีเจ้าแม่ตะเคียนเงิน เจ้าแม่ตะเคียนทอง สองพี่น้องที่ประชาชนในละแวกนั้นให้ความศรัทธาอย่างมาก นายรังสรรค์ แชประเสริฐ อายุ ๕๙ ปี เจ้าของบริษัท กอสโต จำกัด กล่าวว่า ก่อนที่จะมีการขุดพบต้นตะเคียนทั้งสองต้นนี้ คืนหนึ่งเจ้าแม่ตะเคียนได้มาเข้าฝันว่า ขอให้ไปช่วยนำต้นตะเคียนขึ้นมาจากใต้น้ำด้วย เพราะอยู่มานานแล้ว ในความฝันนั้นเจ้าแม่ตะเคียนยังบอกด้วยว่ามีความประสงค์จะมาอยู่วัด ห้วยขวาง(วัดกุนนทีรุทธาราม) เมื่อตื่นขึ้นมาตอนเช้าจึงได้เล่าให้กับลูกน้อง(นาย บุ่ง)ฟัง เพราะไม่รู้ว่าเจ้าแม่ตะเคียนที่มาเข้าฝันนั้นจมน้ำอยู่ที่ไหน


ต่อ มาเหมือนเป็นปาฏิหาริย์เมื่อลูกน้องคนนี้ได้เดินทางกลับบ้าน พอดีในวันนั้นเขาได้ไปเจอกับนายแดงคนหาปลาจึงได้เล่าเรื่องความฝันทั้งหมด ให้ฟัง จึงได้ทราบว่า มีบ่อทรายร้างบ่อหนึ่ง ของบริษัท ช.การช่าง อยู่กลางทุ่งนา ต.โคกพุทธา อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง มีต้นตะเคียนขนาดใหญ่ต้นหนึ่งจมอยู่ใต้บ่อแห่งนี้ที่มีความลึกมากประมาณ ๑๐ เมตร ในกลางดึกคืนนั้นนายแดงผู้นี้ได้ฝัน เห็นเจ้าแม่ตะเคียนทองมาหาแล้วบอกให้ช่วยนำขึ้นมาจากน้ำแห่งนี้ด้วย แต่นายแดงไม่รู้จะทำยังไง จึงได้บอกกับนายบุ่ง ดังนั้น เรื่องทั้งหมดนายบุ่งเลยได้มาเล่าให้กับนายรังสรรค์ฟังเพื่อออกตามหาความจาก ความฝันทันทีว่า เรื่องราวทั้งหมดเป็นเรื่องจริงเพียงใด

หลัง จากมีการปรึกษากับผู้รู้เพื่อที่จะต้องเตรียมเครื่องมือเครื่องจักรเพื่อไป ใช้กู้ต้นตะเคียนแล้ว ในวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๐ จึงได้มีการตั้งศาลบวงสรวง เพื่อทำพิธีอัญเชิญต้นตะเคียนขึ้นจากน้ำ ตรงนี้เองได้เกิดเรื่องแปลกตามความเชื่อของชาวบ้าน เมื่อมีคนงานคนหนึ่งเป็นลม แล้วมีวิญญาณเจ้าแม่ตะเคียนทองเข้าสิง เพราะได้ยินเสียงพูดขึ้นว่า ที่ใต้บ่อน้ำแห่งนี้ยังมีต้นตะเคียนจมอยู่อีกหนึ่งต้น ซึ่งเป็นน้องของตะเคียนทอง ขอให้ช่วยนำขึ้นมาด้วย และได้ทำพิธีอัญเชิญต้นตะเคียนผู้น้องขึ้นมา


กระทั่ง วันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๐ ได้มีการอัญเชิญต้นตะเคียนทั้งสองต้น ขึ้นรถเทรเลอร์ขนาดยักษ์เพื่อมุ่งหน้าสู่วัดห้วยขวางตามที่ตะเคียนทองผู้พี่ ได้เข้าฝัน แต่กว่าจะนำต้นเคียนทั้งสองต้นมาจัดตั้งไว้ที่วัดก็เกือบเที่ยงคืน เนื่องจากทางเข้าวัดเป็นถนนไม่กว้างนัก ทำให้การขนย้ายกันค่อนข้างลำบาก ในที่สุดก็ได้นำมาวางไว้ที่วัดอย่างเรียบร้อย สำหรับต้นตะเคียนผู้พี่ มีน้ำหนักประมาณ ๒๐ ตัน มีความยาวประมาณ ๓๐ เมตร เส้นรอบวง ๖ เมตร อายุพันกว่าปี ได้มีการตั้งชื่อว่า ตะเคียนทอง ส่วนอีกต้น ยาวประมาณ ๑๔ เมตร เส้นรอบวง ๒ เมตร มีน้ำหนักประมาณ ๑๐ ตัน ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับหัวเรือสุพรรณหงส์ จึงมีการตั้งชื่อว่า ตะเคียนเงิน

“มี คนจำนวนมากที่มากราบไหว้ท่านแล้วถูกหวย ได้รับโชคลาภต่างๆ นั้น ตรงนี้ผมคิดว่าอยู่ที่ความศรัทธาต่อเจ้าแม่ตะเคียนมากกว่า เพราะมันคือความเชื่อและความศรัทธา ผมคงไปบอกว่าท่านศักดิ์สิทธิ์อย่างไรไม่ได้หรอก วันนี้ยังมีความตั้งใจที่จะสร้างศาลาให้กับเจ้าแม่ตะเคียนทั้งสองต้นเพื่อ ให้ท่านอยู่อย่างร่มเย็น โดยคาดว่าจะต้องใช้งบประมาณสองล้านบาท” นายรังสรรค์ กล่าวทิ้งท้าย

นอก จากนี้ ได้มีการสอบถามผู้ที่เดินทางมาขอหวยกับเจ้าแม่ตะเคียน น.ส.มลสุดา เสือจุ้ย อายุ ๒๑ ปี นักศึกษา ม.รามคำแหง กล่าวว่า ได้เดินทางมากับแม่เพื่อมาขอโชคลาภจากเจ้าแม่ตะเคียน อย่างน้อยขอให้ถูกหวยบ้างก็ดี จริงๆเชื่อว่าทุกคนที่เดินทางมาไหว้เจ้าแม่น่าจะเกิดความศรัทธาที่เชื่อว่า เจ้าแม่น่าจะช่วยบันดาลพรให้ได้ ส่วน น.ส.ยง ชิโคกสูง เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยเกษตร กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า จากกระแสข่าวที่ได้รับฟังมาว่ามีคนถูกหวยจากเจ้าแม่ตะเคียนกันมาก ทำให้เดินทางมาเสี่ยงโชคแบบเขาบ้าง เชื่อว่าหากเราเป็นคนดีเจ้าแม่น่าจะชี้ช่องทางอะไรให้กับชีวิตเราได้บ้าง

เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง /ภาพ กุลพันธ์ ศิริพิมพ์อัมพร



มีสติไม่เสียสตางค์

พระ ครูโอภาสธรรมโสภณ เจ้าอาวาสวัดกุนนทีรุทธาราม ในฐานะที่ปรึกษาเจ้าคณะแขวงห้วงขวาง กล่าวว่า คนเราไม่ว่าจะกราบไหว้อะไรก็ขอให้ทำดีไม่ทำความชั่วก็เป็นอันว่าใช่ได้แล้ว ยิ่งสำคัญไปกว่านั้นต้องทำตัวให้บริสุทธิ์ โลกเราวันนี้ถามว่าทำได้ง่ายไหม คงตอบว่าหากทำกันจริงๆ คงทำยากพอสมควร ตรงนี้เลยอยู่ที่จิตสำนึกของแต่ละคน

พระ พุทธเจ้าท่านสอนในเรื่องพระพุทธศาสนาที่ถือเป็นเรื่องหลักๆ ก็มีอยู่ ๓ ประการ คือ ๑.ไม่ทำความชั่ว ๒.ทำความดี ๓.ทำใจให้บริสุทธิ์ ก็การหมดจากกิเลส โดยกิเลสที่ว่านี้ก็คือ ความโกรธ ความโลภ ความหลงนั่นเอง แต่วันนี้คนส่วนใหญ่เห็นว่าทำความดีทำยากและเห็นผลช้าจึงไม่ค่อยอยากทำกัน ส่วนใหญ่จึงหันมาทำความชั่วเ พราะทำกันง่าย

“คน จนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น ถือเป็นเรื่องธรรมดาของโลกมนุษย์ แล้วให้อาตมาไปสอนพวกเขาก็คงเป็นเรื่องยากเช่นเหมือนกัน ทุกสิ่งทุกอย่างที่หลายคนทำไม่ให้มากเกินไปมันอยู่ที่การประมาณต้น อยากเล่นหวย เล่นอย่างไรไม่ให้ครอบครัวเดือดร้อน หากทำได้ก็เล่นไป สิ่งสำคัญต้องอย่าประมาณกับชีวิต ชีวิตก็จะมีความสุข มีสติไม่เสียสตางค์”พระครูโอภาสธรรมโสภณ กล่าวทิ้งท้าย

อย่าง ไรก็ตาม ประชาชนที่มีความศรัทธาในเจ้าแม่ตะเคียนเงิน เจ้าแม่ตะเคียนทอง สอบถามเส้นทางได้ที่วัดกุนนทีรุทธาราม ซ.ประชาสงเคราะห์ ๓๔ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ โทร.๐๘-๑๑๗๐-๔๒๗๓

วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2555

 
♦นินิลธารีบ้่านธรรมแห่งแสง♦ 
ขอ สนับ สนุน และ เชิญชวนชวนสวดมนต์ข้ามปี 
 ร่วมกับ สสส. ณ สนามหลวง


ในช่วงเทศกาลปีใหม่ มีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่จะเฉลิมฉลองข้ามปีเก่ารับปีใหม่ไปพร้อมๆ กับดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ หลายคนจึงส่งท้ายคืนข้ามปีด้วยอุบัติเหตุ การทะเลาะวิวาท สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้าง เสริมสุขภาพ(สสส.) และภาคีเครือข่าย จึงขอนำเสนอกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี เริ่มต้นดี ชีวิตดี ให้เป็นอีกหนึ่ง ทางเลือก ในการรับวันใหม่ รับปีใหม่ ด้วยสติและความเป็นสิริมงคล 
โดยจัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

ด้วยปีนี้ มี 4 วาระมหามงคลเกิดขึ้นพร้อมกัน กิจกรรมที่จัดขึ้นจึงยิ่งใหญ่กว่าที่ผ่านมา โดยส่วนกลาง ขยาย พื้นที่จัดงานจนเต็มสนามหลวง ไฮไลท์สำคัญ คือ การแสดงละครข้ามปี “พุทธะ ราชะ เดอะ มิวสิคัล” ถ่ายทอด พุทธประวัติผ่านละครเพลงบนเวทีกลางแจ้งเป็นครั้งแรก กำกับการแสดงโดยนายมานพ มีจำรัส ศิลปิน ศิลปาธรสาขาศิลปะการแสดง ประจำปี 2548 และมีศิลปิน ดารา ร่วมแสดงกันคับคั่ง อาทิ นิว-วงศกร ปรมัตถากร รับบทเป็น “เจ้าชายสิทธัตถะ”, เกรซ-กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า รับบทเป็น “พระนางพิมพา”, คุณชลัส เฟื่องอารมณ์ รับบทเป็น “พระเจ้าสุทโธทะนะ”, ฟ้า-ชัญษร สาครจันทร์ รับบทเป็น “พระนางสิริ มหามายา”, คุณนพชัย ชัยนาม รับบทเป็น “นายฉันนะ”, คุณรัดเกล้า อามาระดิษ รับบทเป็น “พระนางมหา ประชาบดี”, พัดชา อเนกอายุวัฒน์ รับบทเป็น “นางสุชาดา”
คุณสันติ ลุนเผ่ รับบทเป็น “พญามาร” เป็นต้น

สำหรับกิจกรรมหลักอย่างการสวดมนต์ ปีนี้ ได้กราบนิมนต์พระพรหมวชิรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดยานนาวา, พระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาส วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และคุณแม่ชี ศันสนีย์ เสถียรสุต เสถียรธรรมสถาน มานำประชาชนสวดมนต์ข้ามปีด้วย ภายในงานยังมีการอัญเชิญพระพุทธรูปแกะสลักจากไม้ตะเคียนทอง วัดป่าเขาล้อม และพระพุทธชยันตีองค์ดำ นาลันทา มาให้ประชาชนได้กราบสักการะ เพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ ยังมีการออกร้านขององค์กรภาคีเครือข่าย และภาคเอกชนกว่า 60 องค์กรรอบสนามหลวง ทั้งนี้ คาดว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200,000 คน ซึ่งจะถือได้ว่าเป็นสวดมนต์พร้อม กันจำนวนมากและยาวนานมากที่สุดในโลก

สถานที่จัดงานในปีนี้ ส่วนกลาง จัดที่สนามหลวง กรุงเทพมหานคร และจังหวัดตัวแทนภาคทั้ง 4 ภาค ได้แก่ ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น, ภาคตะวันออก จ.ฉะเชิงเทรา และภาคใต้ จ.นครศรีธรรมราช รวมถึงวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เรียกว่า “ใกล้วัดไหน ก็ไปวัดนั้น” กันได้เลย 
 
สุดท้ายหากยังไม่รู้ว่าจะไปร่วมที่ไหนดี อาจลองเข้ามาหาข้อมูลเพิ่มเติมที่
 
 
และหากไม่สะดวก ก็สามารถเข้าห้องพระสวดมนต์ที่บ้านก็ได้อานิสงส์ไม่น้อยไปกว่ากัน

♦ขอบคุณแหล่งข่าวสาร ที่ มา จาก♦

http://board.palungjit.com/f36/%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%B5-%E0%B8%93-%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87-405352.html



วันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2555


  

**บทสวดมนต์**
*ชุมนุมเทวดา บทสวดถวายดอกไม้ ธูปเทียน*
( กรณี มี อย่าง ใด อย่าง นึง ก็ ถวาย ด้วย ใจศรัทธา และ กล่าว บท นี้ ได้ เช่นกัน )  
( ถ้า กรณี มี ครบ ควร ปฏิบัติ พร้อม จุดธูป ก่อน เทียน และ ถวายดอกไม้ ตั้งจิตให้มั่นคง )
   

บทสวดชุมนุมเทวดา
( สมาธินิ่ง จิตสงบ กราบ ๓ ครั้ง )

ผะริตะวานะ เมตตัง สะเมตตา ภะทันตา อะวิกขิตตะจิตตา ปะริตัง ภะณันตุ
สัคเค กาเม จะ รูเป คิริสิขะระตะเฏ จันตะลิกเข วิมาเน
ทีเปรัฏเฐ จะ คาเม ตะรุวะนะคะหะเน เคหะวัตถุมหิ เขตเต
ภุมมา จายันตุ เทวา ชะละถะละวิสะเม ยักขะคันธัพพะนาคา

ติฏฐันตา สันติเก ยังมุนิวะระวะจะนัง สาธะโวเม สุณันตุฯ
ธัมมัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตา ธัมมัสสะวะนะกาโล
อะยัมภะทันตา ธัมมัสสะวะนะกาโลอะยัมภะทันตา
  อิมานิ มะยัง ภันเต ทีปะ ธูปะ ปุปผะ วะ รานิ
ระตะนัต ตะยัส เสวะ อะภิปู เชมะ อัมหากัง ระตะนัตตะยัสสะ
ปูชา ทีฆะรัตตัง หิตะสุขาวะหา โหตุ อาสะวักขะ ยัปปัตติยา  

( กราบ ๓ ครั้ง )

 
** คำบูชาพระคาถา และ อัญเชิญพระเครื่อง ** 
( *บทสวดนี้สวดได้ ทุก เช้า - เย็น - ก่อนนอน* ) 

ทางเสน่ห์ เมตตามหานิยมใช้อาโปธาตุ (ธาตุนํ้า

ภาวนาว่า นะโมพุทธายะ นะมะพะธะจะภะกะสะ
แล้วหนุนด้วยแก้วมณีโชติ นะมะมะนะ นะอะอะนะ นะอุอุนะ


ทางคงกระพันภาวนาปฐวีธาตุ(ธาตุดิน)

ภาวนาว่า นะโมพุทธายะ มะพะธะนะ ภะกะสะจะ
หนุนด้วยแก้วไพทูรย์ มะนะนะมะ มะอะอะมะ มะอุอุมะ

ทางเสดาะขับไล่ผีภาวนาเตโชธาตุ(ธาตุไฟ) 

ภาวนาว่า นะโมพุทธายะ พะธะนะมะ กะสะจะภะ
หนุนด้วยแก้ววิเชียร อะนะนะอะ อะมะมะอะ อะอุอุอะ

 ทางสะกด ล่องหน กําบังตัวภาวนา วาโยธาตุ(ธาตุลม) 

ภาวนาว่า นะโมพุทธายะ ธะนะมะพะ สะจะภะกะ
หนุนด้วยแก้วปัทมราช อุนะนะอุ มะมะอุ อุอะอะอุ

พุทธัง อาราธนานัง รักษา 

ธัมมัง อารธนานัง รักษา 

สังฆัง อาราธนานัง รักษา
  
โยโส ภะคะวา อรหังสัมมา สัมพุทโธ

อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง ภควันตัง อภิปูชะยามิ

โยโส ภะคะวา อรหังสัมมา ธัมโม

อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง ภควันตัง อภิปูชะยามิ

โยโส ภะคะวา อรหังสัมมา สาวะกะสังโฆ

อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง ภควันตัง อภิปูชะยามิ

อิมินา สักกาเรนะ ตัง พุทธัง อะภิปูชะยามิ

อิมินา สักกาเรนะ ตัง ธัมมัง อะภิปูชะยามิ

อิมินา สักกาเรนะ ตัง สังฆัง อะภิปูชะยามิ
 ** คำนมัสการพระรัตนตรัย **  
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อภิวาเทมิ (กราบ)
  
สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ)
  
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ (กราบ)
  
มาตาปิตุคุณัง อะหัง วันทามิ (กราบ)


ครูอุปัชฌาย์ อาจาริยะ คุณัง อะหัง วันทามิ (กราบ)
 
 ** คำนมัสการพระพุทธเจ้า **

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ 

 นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ  

 นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

** คำอาราธนาศีล ๕ **  

มะยังภันเต วิสุง วิสุง  
รักขะนัตถายะ ติสะระเณนะสะหะ ปัญจะศีลานิยาจามะ

ทุติยัมปิ มะยังภันเต วิสุง วิสุง 
รักขะนัตถายะ ติสะระเณนะสะหะ ปัญจะศีลานิยาจามะ

ตะติยัมปิ มะยังภันเต วิสุง วิสุง 
รักขะนัตถายะ ติสะระเณนะสะหะ ปัญจะศีลานิยาจามะ 

   
** คำนมัสการไตรสรณคมน์ **  
 
พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ 

ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ 

สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
 
ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

 ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
  
ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ 

 

** คำสมาทาน ศีล ๕ **

๑. ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทังสะมาทิยามิ 

๒. อะทินนาทานา เวระมณี สิกขาปะทังสะมาทิยามิ 

 ๓. กาเมสุมิจฉาจารา เวระมณี สิกขาปะทังสะมาทิยามิ

๔. มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทังสะมาทิยามิ
  
๕. สุราเมระยะมัจฉะปะมาทะถานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
  
** คำนมัสการ ** 
ถวายพร พระพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ
  
นะโม พุทธายะ นะมะพะทะ จะภะกะสะ

อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ 
วิชาชาจะระณะสัมปันโน สุคะโตโลกะวิทู 
อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ 
สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ  
( กราบ ละ ลึก ถึง พระพุทธคุณ )
 
  สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม 
สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก 
ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูฮีติ  
( กราบ ละ ลึก ถึง พระธรรมคุณ )
  
สุ ปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ 
อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ 
สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ 
   ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ  อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา 
เอสะภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ 
อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย อัญชะลีกะระณีโย 
อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัส สาติ
  ( กราบ ละ ลึก ถึง พระสังฆคุณ )

   
 *บทหฤทัยพระถา* 
   

  หัวใจพระธารณะปริตร 
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะจบ   
ทิฏฐิลา ทัณฑิลา มันติลา โรคิลา ขะระรา ทุพพิลา

  เอเตนะ สัจจะ วัชเชนะ โสตถิ เม โหตุ สัพพะทา

 
หัวใจ อิติปิโส

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะจบ  

อิสะวาสุ นะโมพุทธายะ นะมะพะทะ จะพะกะสะ 
 นะมะอะอุ



 หัวใจพาหุง

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะจบ 

พา มา นา อุ กะ สะ นะ ทุ



 หัวใจพระเจ้าสิบชาติ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะจบ 
เต ชะ สุ เน มะ ภู จะ นา วิ เว

 
หัวใจบารมี 30 ทัส 

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะจบ

ทา สี เน ปะ วิ ขะ สะ อะ เม อุ



 หัวใจพระอาการวัตตาสูตร 

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะจบ

มุนินทะ วะทะนัมโพชะ คัพพะสัมภาวะ สุนทะรีปาณีนัง

 สะระณัง วาณี มัยหัง ปิณะ ยะตัง มะนัง


หัวใจพระไตรปิฎก

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ จบ
นะโมพุทธายะ นะโมธัมมายะ นะโมสังฆายะ
ปัญจะพุทธา นะมามิหัง อาปามะจุปะ ทีมะสังอังคุ สังวิธาปุกะยะปะ
อุปะสะชะสุ เหปาสายะ โสโส อะอะอะอะนิ เตชะสุเนมะ
ภูจะนาวิเว อะสังวิสุโร ปุสะภุพะ อิสวาสุ สุสวาอิ กุสะลาธัมมา จิตติวิอัตถิ

นะโมพุทธายะ มะอะอุ ทุกขัง อนิจจัง อนัตตา
ยาวะตัสสะหาโยโมนะ อุอะมะ ทุกขัง อนิจจัง อนัตตา
อุอะมะอาวันทา นะโมพุทธายะ นะอะกะติ นิสะระนะ
อะระปะขุธัง มะอะอุทุกขัง อนิจจัง อนัตตา
 
หัวใจพระคาถาชินบัญชร 

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ จบ
  ชะ จะ ต ะ สะ สี สัง หะ โก ทะ กะ เก นิ กุ 
 โส ปุ เถ เส เอ ชะ ระ ธะ ขะ อา ชิ วา อะ ชิ สะ อิ ตัง 

 
คาถาบูชาพระพุทธเจ้า 16 พระองค์ :

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ 
นะมะนะอะ นอกอนะกะ กอออนออะ นะอะกะอัง

 อุมิอะมิ มะหิสุตัง สุนะพุทธัง สุอะนะอะ



 
 คำบูชาพระสังกัจจายน์

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ จบ
กัจ จานะจะมหาเถโร พุทโธ พุทธานัง พุทธะตัง พุทธัญจะ พุทธะสุภา สิตัง
 พุทธะตังสะมะนุปปัตโต พุทธะโชตัง นะมามิหัง ปิโยเทวะ มะนุสสานัง 
ปิโยพรหม นะมุตตะโม ปิโยนาคะ สุปันนานัง ปิยินทะริยัง นะมามิหัง 
สัพเพชะนา พะหูชะนา ปุริโสชะนา อิถีชะนา ราชาภาคินิ จิตตัง 
อาคัจฉาหิ ปิยังมะมะ ฯ

 
คาถาบูชาขอลาภใน ๗ วันที่ขอ
(คาถาขอลาภจากพระสีวลีตามกำลังวัน)

วันอาทิตย์ ให้สวด ๖ จบ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ จบ
 สีวะลี จะ มะหานามัง สัพพะลาภัง ภะวิสสะติ   
เถรัสสานุภาเวนะ สะทา โหนติ ปิยัง มะมะ ฯ

วันจันทร์ ให้สวด ๑๕ จบ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ จบ
 ยัง ยัง ปุริโส วา ทูเรหิ วา สะมีเปหิ วา เถรัสสานุภาเวนะ 
สะทา โหนติ ปิยัง มะมะ ฯ

วันอังคาร ให้สวด ๘ จบ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ จบ
 สีวะลี จะ มะหาเถโร โสระโห ปัจจะยาทิมหิ 
ชะยะลาโภ มะหาลาโภ สัพพะลาภา ภะวันตุ สัพพะทา ฯ

วันพุธ ให้สวด ๑๗ จบ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ จบ
 ทัตติตถะภะเว ราชา ปิยา จะ กะโรตุ 
เม เย สะรันติ นิรันตะรัง สัพพะสุขาวะหา ฯ

วันพฤหัสบดี ให้สวด ๑๙ จบ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ จบ
 สีวะลี จะ มะหาเถโร ยักขาเทวาภิปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ 
อะหัง วันทามิ สัพพะทา ฯ

วันศุกร์ ให้สวด ๒๑ จบ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ จบ
 สีวะลี จะ มะหาเถโร เทวะตานะระปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ มะหาลาภัง 
กะโรนตุ เม ลาเภนะ อุตตะโม โหติ สัพพะลาภา ภะวันตุ สัพพะทา ฯ

 วันเสาร์ ให้สวด ๑๐ จบ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ จบ
สีวะลี จะ มะหานามัง อินทา พฺรัหฺมา จะ ปูชิตัง 
สัพพะลาภัง ปะสิทธิ เม เถรัสสานุภาเวนะ สะทา สุขี ปิยัง มะมะ ฯ


 คาถา อิติปิโสนพเคราะห์
(สาดทั้งหมดตามลำดับ)
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ จบ

(อาทิตย์)
 อิติปิโสภะคะวา พระอาทิตย์เทวา วิญญาณะสัมปันโน
โสธายะ โมระปะริตตังมัง รักขันตุ สัพพะทา
(อะ วิช สุ นุต สา นุต ติ 6 จบ)


(จันทร์) 

อิติปิโสภะคะวา พระจันทร์เทวา วิญญาณะสัมปันโน
โสธายะ อถัยยะปะริตตังมัง รักขันตุ สัพพะทา
(อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา 15 จบ)

(อังคาร) 

อิติปิโสภะคะวา พระอังคารเทวา วิญญาณะสัมปันโน
โสธายะ กะระณียะเมตตาสุตตังมัง รักขันตุ สัพพะทา
(ติ หัง จะ โต โร ถิ นัง 8 จบ)

(พุธ) 

อิติปิโสภะคะวา พระพุธเทวา วิญญาณะสัมปันโน
โสธายะ โพชฌังคะปะริตตังมัง รักขันตุ สัพพะทา
(ปิ สัม ระ โล ปุ สัต พุท 17 จบ)

(เสาร์) 

อิติปิโสภะคะวา พระเสาร์เทวา วิญญาณะสัมปันโน
โสธายะ อังคุลิมาละปะริตตังมังรักขันตุ สัพพะทา
(โส มา ณะ กะ ริ ถา โธ 10 จบ)

(พฤหัสบดี) 

อิติปิโสภะคะวา พระพฤหัสบดีเทวา วิญญาณะสัมปันโน
โสธายะ รัตตะนะสุตตัง อะระหังพุทโธ นะโมพุทธายะ
วัฏฏะกะปะริตตังมัง รักขันตุ สัพพะทา
(ภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ 19 จบ)

(ราหูพุทธกลางคืน) 

อิติปิโสภะคะวา พระราหูเทวา วิญญาณะสัมปันโน
โสธายะ สุริยะจันทะพุทธะปะริตตังมัง รักขันตุ สัพพะทา
(คะ พุท ปัน ทู ทัม วะ คะ 12 จบ)

(ศุกร์) 

อิติปิโสภะคะวา พระศุกร์เทวา วิญญาณะสัมปันโน
โสธายะ ธะชัคคะ สุตตัง อะระหัง สุคะโต ภะคะวา
อาฏานาฏิยะปะริตตังมัง รักขันตุ สัพพะทา
(วา โธ โน อะ มะ มะ วา 6 จบ)

(พระเกตุ) 

อิติปิโสภะคะวา พระเกตุเทวา วิญญาณะสัมปันโน
โสธายะ ชะยะปะริตตังมัง รักขันตุ สัพพะทา
(อะระหัง สุคะโต ภะคภวา 6 จบ)


  
บทแผ่เมตตา
 นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ จบ

พุทธะ เมตตัง จิตตังมะมะ พุทธะ พุทธานุภาเวนะ
ธัมมะ เมตตัง จิตตังมะมะ ธัมมะ ธัมมานุภาเวนะ
สังฆะ เมตตัง จิตตังมะมะ สังฆะ สังฆานุภาเวนะ

เมตตาพรัหมะวิหาระภาวนา พิสดาร (แบบย่อเล็ก)

เอวัมเม สุตังฯ เอกัง สะมะยัง ภะคะวา สาวัตถิยัง วิหะระติ
เชตะวะเน อะนาถะปิณฑิกัสสะ อาราเมฯ ตัตระ โข ภะคะวา ภิกขู
อามันเตสิ ภิกขะโวติฯ ภะทันเตติ เต ภิกขู ภะคะวะโต ปัจจัสโสสุง
ภะคะวา เอตะทะโวจะ เมตตายะ ภิกขะเว เจโตวิมุตติยา
อาเสวิตายะ ภาวิตายะ พะหุลีกะตายะ ยานีกะตายะ วัตถุกะตายะ
อะนุฏฐิตายะ ปะริจิตายะ สุสะมารัทธายะ เอกาทะสานิสังสา
ปาฏิกังขาฯ กะตะเม เอกาทะสะฯ

สุขัง สุปะติ สุขัง ปะฏิพุชฌะติ นะ ปาปะกัง สุปินัง ปัสสะติ มะนุสสานัง 
ปิโย โหติ อะมะนุสสานัง ปิโย โหติ เทวะตา รักขันติ  
นาสสะ อัคคิ วา วิสัง วา สัตถัง วา กะมะติ ตุวะฏัง จิตตัง 
สะมาธิยะติ มุขะวัณโณ วิปะสี ทะติ อะสัมมุฬโห กาลัง กะโรติ 
 อุตตะริง อัปปะฏิวิชฌันโต  พรัหมะโลกูปะโค โหติฯ 

 เมตตายะ ภิกขะเว เจโตวิมุตติยา อาเสวิตายะ ภาวิตายะ
พะหุลีกะตายะ ยานีกะตายะ วัตถุกะตายะ อะนุฏฐิตายะ
ปะริจิตายะ สุสะมารัทธายะ อิเม เอกาทะสานิสังสา ปาฏิกังขาฯ

อัตถิ อะโนธิโส ผะระณา เมตตาเจโตวิมุตติ
อัตถิ โอธิโส ผะระณา เมตตาเจโตวิมุตติ
อัตถิ ทิสา ผะระณา เมตตาเจโตวิมุตติ

กะตีหากาเรหิ อะโนธิโส ผะระณา เมตตาเจโตวิมุตติ
กะตีหากาเรหิ โอธิโส ผะระณา เมตตาเจโตวิมุตติ
กะตีหากาเรหิ ทิสา ผะระณา เมตตาเจโตวิมุตติ

ปัญจะหากาเรหิ อะโนธิโส ผะระณา เมตตาเจโตวิมุตติ
สัตตะหากาเรหิ โอธิโส ผะระณา เมตตาเจโตวิมุตติ
ทะสะหากาเรหิ ทิสา ผะระณา เมตตาเจโตวิมุตติ
กะตะเมหิ ปัญจะหากาเรหิ อะโนธิโส ผะระณา เมตตาเจโตวิมุตติ

สัพเพ สัตตา สัพเพ ปาณา สัพเพ ภูตา สัพเพ ปุคคะลา
สัพเพ อัตตะภาวะปริยาปันนา
อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา โหนตุ สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ฯ

สัพพา อิตถิโย สัพเพ ปุริสา สัพเพ อะริยา สัพเพ อะนะริยา
สัพเพ จาตุมมหาราชิกาเทวา สัพเพ ตาวะติงสาเทวา
สัพเพ ยามาเทวา สัพเพ ตุสิตาเทวา สัพเพ นิมมานะระตีเทวา
สัพเพ ปะระนิมมิตะวะสะวัตตีเทวา สัพเพ อินทา สัพเพ พรหมา
สัพเพ จตุโลกะปาลา สัพเพ ยมมะราชา สัพเพ ยะมะปาลา
สัพเพ สิริคุตตะระอมัจจา สาสะนัง อนุรักขันตุ
อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา โหนตุ สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ฯ

สัพเพ ยักขา สัพเพ กุมภัณฑา สัพเพ ครุทธา
สัพเพ กินนรา สัพพา กินนะรี สัพเพ นาคา สัพเพ มะนุสสา
สัพเพ อะมะนุสสา สัพเพ วิริยะปะติกา สัพเพ มิตตา
สัพเพ อมิตตา สัพเพ มัชฌะตา
อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา โหนตุ สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ฯ

สัพเพ ติรัฉฉา สัพเพ เปติกา สัพเพ เปตา
สัพเพ อะสุระกายา สัพเพ เปตาวัตถุโย สัพเพ เปตวิเสยยา
สัพเพ วินิปาติกา
อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา โหนตุ สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ฯ

อิมัสมิง จะอาราเม สัพเพ สัตตา อะเวรา อัพยาปัชฌา
อะนีฆา โหนตุ สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ฯ

อิมัสสมิง ชมภูทีเป สัพเพ สัตตา อะเวรา อัพยาปัชฌา
อะนีฆา โหนตุ สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ฯ

อิมัสสมิง มังคลาจักกะวาเฬ สัพเพ สัตตา
อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา โหนตุ สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ฯ

ทะสาสุทิสาสุรัฐธิตายะ สัพเพ สัตตา อะเวรา
อัพยาปัชฌา อะนีฆา โหนตุ สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ฯ

อิเมหิ ทะสะหากาเรหิ ทิสา ผะระณา เมตตาเจโตวิมุตติฯ
สัพเพสัง สัตตานัง ปีฬะนัง วัชเชตวา อะปีฬะนายะ อุปะฆาตัง
วัชเชตวา อะนุปะฆาเตนะ สันตาปัง วัชเชตวา อะสันตาเปนะ
ปะริยาทานัง วัชเชตวา อะปะริยาทาเนนะ วิเหสัง วัชเชตวา
อะวิเหสายะ สัพเพ สัตตา อะเวริโน โหนตุ มา เวริโน สุขิโน
โหนตุมา ทุกขิโน สุขิตัตตา โหนตุ มา ทุกขิตัตตาติ อิเมหิ
อัฏฐะหากาเรหิ สัพเพ สัตเต เมตตายะตีติ เมตตาตัง ธัมมัง
เจตะยะตีติ เจโต สัพพะพยาปาทะปะริยุฏฐาเนหิ มุจจะตีติ
วิมุตติ เมตตา จะ เจโตวิมุตติ จาติ เมตตาเจโตวิมุตติ ฯ
เมตตาพรัหมะวิหาระภาวนา นิฏฐิตาฯ

 บทอุทิศส่วนกุศล (บทกรวดน้ำ) 
 นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ จบ 

อิทัง เม มาตาปิตูนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ มาตา ปิตะโร
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่มารดาบิดาของข้าพเจ้า 
ขอให้มารดาบิดาของข้าพเจ้า จงมีความสุข

อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า 
ขอให้ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า จงมีความสุข

อิทัง เม คุรูปัชฌายาจะริยานังโหตุ สุขิตา โหนตุ คุรูปัชฌายาจะริยา

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้า
 ขอให้ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้า จงมีความสุข

อิทัง สัพพะ เทวะตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เทวา

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลายทั้งปวง 
ขอให้เทวดาทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข

อิทัง สัพพะ เปตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เปตา

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่เปรตทั้งหลายทั้งปวง 
ขอให้เปรตทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข

อิทัง สัพพะ เวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เวรี

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง 
ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข

อิทัง สัพพะ สัตตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ สัตตา

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง 
ขอให้สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข


 พระคาถาพระปัจเจกะพระพุทธเจ้า
   
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ๓ จบ
 ต่อคาถาข้างล่างนี้  ( จบ)
  วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี
วิระทาสา วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มาณี มามะ พุทธัสสะ สะวาโหม

เพ็ง ๆ พา ๆ หา ๆ ฤา ๆ

(เคล็ดลับ)

๑. ต้องตักบาตรหรือถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุทุกวัน ถ้ามีเหตุที่ไม่สามารถตักบาตรได้ 
ให้ใช้วิธีเก็บเงินใส่ทานถวายไว้ที่หิ้งพระหรือโต๊ะหมู่บูชาพระ ตอนที่ท่านสวดมนต์ไหว้พระ 
และ เมื่อครบ ๗ วันแล้วให้นำเงินจำนวนนั้นไปถวายวัด  ใส่ตู้ที่วัดเขียนว่า  
“ถวายภัตราหารพระ” หรือ ให้ จบ อธิษฐาน ว่าเป็นเงินถวายภัตตาหาร 
พระเณรก็ได้ไม่ควรให้ช้ากว่า ๑๐ วัน เพราะบุญจะไม่ต่อเนื่องกัน 

คาถาขอเชิญเทวดามาอวยพร 
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ จบ 
นะโม เม สัพพะเทวานังสะมาโส อะเวโร 
มหา การุณิโกสะมนุสสา อฐิษสะฐานา ปะกาเสสิ ปะกาสิตตังอริยะสัจจัง
เทวะตานังปะการาจะ ปัจจุปันโน จะอะนาคะโต
มังคะละการังตะถิตถะติ สุมังคะลังสุปัตติตัง
สุปะภาทังสุขาวะหัง สุขะพะลังอายุวัณณัง
สุขิยะสา สาธุสุเทวตาอารักขาประสิทธิเม
สัพพะสิทธิภวันตุเม สุสาอาหะ

(สวดจบแล้ว อฐิษฐานขอพร ตามปรารถนา ๑ ข้อ) 

ผู้ร่วมอนุโมทนา จัดทำบทสวดในครังนี้

 นินิลธารี ยิดชัง. 
บ้าน นินิลธารี พระธรรมแห่งแสงสว่าง 
( http://ninintaree.blogspot.com/ ) 

เพิ่มพล มีชูชีพ. 
พูนพรพระเครื่อง คุณโจ้
(http://www.poonbhorn.com/shop/index.php)
ดวงกมล บุญเพ็ง. 
Wall Street English Tele Marketing
(www.wallstreet.in.th/)
พร้อม ครอบครัว. ญาติ. พี่น้อง.
 
การเคหะห้่วยขวาง แฟต ที่. 27. ประชาสงเคราะห์ 35.
ดินแดง. ห้วยขวาง. กทม. 10400.